toggle
plus minus gleich

2PMAlways


Warning: Parameter 1 to modMainMenuHelper::buildXML() expected to be a reference, value given in /home/npmalw5/public_html/index/libraries/joomla/cache/handler/callback.php on line 99

Login Form ::



Who's Online ::

We have 798 guests and 91 members online

บทความคิดเห็นจากนักข่าวท่านหนึ่ง "เข้าใจจิตใจของนูน่าแฟนมั้ย? "

พี่น้องคะ สิ่งที่ท่านกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นบทความความคิดเห็นที่ยาวมากกก จากนักข่าวแฟนรุ่นพี่ท่านหนึ่งต่อประสบการณ์ความรู้สึกที่มีต่อเจบอม ลองอ่านกันดูค่ะเชื่อว่าคงโดนใจใครหลายๆคนที่รู้สึกร่วมตามไปด้วยเหมือนกัน นักเขียนท่านนี้เป็นนักข่าวและได้นำไปเขียนเผยแพร่ไว้ที่เว็บ Ohmynews.com ซึ่งนับเป็นเว็บยอดนิยมที่นักข่าวต่างๆมาเขียนบล็อกลงกันค่ะ เนื่องด้วยมันยาวจึงใช้ผู้แปลเป็นไทยสองคนค่ะ

เข้าใจจิตใจของนูน่าแฟนหรือแฟนกลุ่มพี่สาวมั้ย?
โดย: Hong Hyeon Jin, 09.11.30
Credit: Kor-Eng : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it | Eng-Thai by This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it |Coordinator : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

SOURCE: ohmynews.com

ฉันมีริ้วรอยรอบดวงตาเพิ่มขึ้น ตอนนี้ฉันไม่เหลือพลังพอที่จะสะกดกลั้นไว้ได้อีกต่อไป นี่กี่เดือนผ่านไปแล้วนะ! ทุกวันที่ฉันลุกมาจากเตียง ฉันต้องเดินไปเปิดคอมและเช็คข่าวต่างๆที่เกี่ยวกับเขา เจย์ เป็นอย่างไรบ้างนะ? ฉันเฝ้าหวังที่จะเห็นเขากลับมาในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ไม่สิเขายังต้องการเวลาเพื่อเยียวยาบาดแผลต่างๆ ฉันมักจะกรีดร้องกับตัวเองราวกับว่านั่งอยู่บนรถไฟเหาะ บ่อยครั้งที่ฉันรู้สึกสิ้นหวัง แต่บ่อยครั้งฉันก็กลับเปี่ยมไปด้วยความหวัง และเมื่อใดที่ฉันคิดถึงเขาขึ้นมาอย่างทนไม่ได้ ฉันก็จะหยิบคลิปวีดีโอและภาพเก่าๆเขาขึ้นมาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วก็ร้องไห้ออกมา...

"นี่มันแกล้งกันชัดๆ!"

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันไม่เปิดคอมในเช้าวันนั้น จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันไม่คลิ้กอ่านข่าวสารตามอินเตอร์เนต นี่อาจจะเป็นการกลั่นแกล้งจากอำนาจลึกลับที่อยากจะให้ฉันจมอยู่กับหลุมดำแห่งความสิ้นหวังแทนที่จะเป็นการติดตามเชียร์ตามประสาแฟนคลับก็ได้

ฉันเคยเป็นนูน่าแฟนที่ใจด้านชา


วันที่ 5 กันยายน ฉันยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้เป็นอย่างดี วันนั้นฉันต้องไปทดสอบเพื่อสมัครงานในสำนักข่าวแห่งหนึ่ง และวันรุ่งขึ้นก็เป็นวันครบรอบวันเกิดฉัน ใช่แล้ววันนั้นแหล่ะ วันที่ต้องหยุดกิจกรรมอันรื่นเริงตามประสาแฟนคลับซึ่งก็คือการนั่งดูคลิปวีดีโอในตอนเช้าและตอนเย็นเป็นประจำ ฉันกลับต้องเริ่มทำกิจกรรมในฐานะแฟนคลับแบบใหม่ กิจกรรมที่ปราศจากความบันเทิงของจิตใจอีกต่อไป กิจกรรมที่แลกด้วยความเศร้าระทมแทน และฉันต้องประกาศตัวเป็นบอยคอตแฟนออกมา!

อันที่จริงฉันก็รู้สึกไม่สะดวกใจที่จะเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นเท่าไหร่ ผ่านมาสามเดือนแล้วที่เจบอมกลับบ้านเกิดเมืองนอนเขาไป แต่ชื่อเจบอมก็ยังเป็น “หัวข้อสุดร้อนแรงเพื่อขายข่าว” อยู่ได้ตลอด เรื่องของเขายังเป็นประเด็นให้นักข่าวเขียนได้อยู่เรื่อยๆ ทุกวันนี้ฉันยังได้อ่านข่าวเกี่ยวกับเขาในหน้าข่าวบันเทิง ฉันกังวลนิดหน่อยว่าคอลัมน์นี้ก็จะเป็นการเพิ่มข่าวซุบซิบเกี่ยวกับเจบอม “บุคคลที่ถูกนำมาขายข่าว” ขึ้นมาอีก แต่ฉันจำเป็นต้องเล่าเกี่ยวกับวันนั้น บทบันทึกเรื่องราวประวัติแห่งการเป็นแฟนคลับที่น่าเศร้าที่สุดของฉัน ดังนั้นพวกคุณเตรียมผ้าเช็ดหน้ามารอได้

ฉันไม่ใช่แฟนที่บ้าคลั่งจนกระทั่งวันนั้น ฉันมีประวัติแห่งการเป็นแฟนคลับศิลปินไอดอลมาค่อนข้างยาวนาน...จนฉันมีใจค่อนข้างเย็นชาไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรอีกต่อไป วันๆก็แค่เปิดคลิปดูแก้เซ็งและก็อ่านข่าวต่างๆตามอินเตอร์เนตก็เท่านั้น เคยมีเพื่อนคนหนึ่งมาบอกฉันว่า “นี่ฉันต้องไปซื้อฮาร์ดดิสสำรองมาเพราะ 2PM ล่ะ” ฉันก็แค่ตอบเพื่อนคนนั้นไปว่า “อืมพวกเขาสุดยอดมากเนอะ” นี่คือคำตอบจากคนที่มีประสบการณ์การเป็นแฟนคลับไอดอลมายาวนานอย่างฉัน เพราะตอนนั้นฉันคิดว่าการชื่นชอบศิลปินครั้งนี้ก็คงไม่มีอะไรต่างไป

แต่ฉันช้าไปก้าวนึง

alt

หลังจากวันนั้นทุกอย่างเปลี่ยนไป เช้าวันนั้นพอฉันได้เห็นข่าวเกี่ยวกับเจย์ ฉันได้เขียนข้อความลงในบล็อกโดยใช้ชื่อเรื่องว่า “ปกป้องเจบอม” ฉันคงจะสติแตกในตอนนั้นเพราะว่าวันรุ่งขึ้นฉันต้องไปทดสอบกับสำนักข่าว แต่ฉันคิดว่าฉันต้องเขียนบทความนั้นออกมา และแล้วก็มีข้อความด่าว่าอาฆาตพยาบาทกว่าสองพันข้อความพากันมาตอบทะลักบทความนั้น เพื่อนๆฉันก็ได้แต่ปลอบมาว่า “อายุต้องยืนแน่ๆมีคนมาสรรเสริญมากมายซะขนาดนี้” บ้างก็พูดว่า “อืม นี่คงเป็นของขวัญเซอร์ไพรส์สำหรับวันเกิดเธอไง”

ฉันไม่ใช่แฟนคลับที่ลุ่มหลงหรือหมกมุ่นอะไรมากมายจนกระทั่งวันนั้น ฉันชื่นชมพวกเขาแต่ฉันก็ไม่อยากจะมาถูกต่อว่าเพราะว่าสิ่งที่ฉันทำคือการพยายามปกป้องเจบอมในฐานะแฟนคลับ ฉันตระหนักถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์และเข้าใจว่าเจบอมจะยากลำบากแค่ไหนเมื่อตอนที่เขาเขียนระบายให้เพื่อนฟังก็ตอนที่เจบอมได้ลาออกจาก 2pm ไปแล้ว แต่ตอนนั้น ฉันแค่รู้สึกถึงหน้าที่ที่ต้องเขียนมาเพราะ “นี่มันไม่ถูกต้อง นี่มันเป็นการไล่บี้แบบ witch hunt โปรดสงบสติกันหน่อยเถอะ”

เจย์กลับไปอเมริกาเมื่อวันที่ 8 กันยายน วันที่ปัญหาต่างๆได้เริ่มขึ้น แล้วฉันก็รู้ว่าฉันนั้นช้าไปก้าวนึง ฉันไล่ตามหาคลิปวีดีโอของ 2PM อย่างบ้าคลั่งก็หลังจากเหตุการณ์ตอนนั้นเกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะเมื่อกลับมาดูคลิปเพลง Again and Again ด้วยหัวใจที่ชื่นชมทั้งหมดอีกครั้ง ก็อย่างที่เขาว่ากัน เราเห็นค่าของสิ่งนั้นเมื่อมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว และเมื่อฉันเปิดคลิปดูเจบอม ฉันก็จะได้เห็นมุมใหม่ๆของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แม้ว่าฉันจะไม่เคยเจอกับเขาตัวเป็นๆ แต่จากการที่ได้ดูคลิปของเจย์ในปีที่ผ่านมาฉันก็รับรู้ได้ถึงความซื่อสัตย์และนิสัยที่ตรงไปตรงมาของเจย์อย่างที่พักจินยองเคยออกมากล่าว เจย์มักจะพูดถึงสิ่งที่เขาคิดและรู้สึกออกมาอย่างเปิดเผย เช่นเจย์เคยเล่าว่าเขาต้องเข้าห้องน้ำบ่อยเพราะเป็นโรคลำไส้อักเสบ เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ไอดอลจะนำมาเล่าออกอากาศ แต่เมื่อเขายืนอยู่บนเวทีเพื่อแสดง เขาก็สามารถโชว์การแสดงได้อย่างศิลปินที่แท้จริงออกมา

น่าแปลกใจมั้ย! ฉันเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่แม้ว่าฉันจะยังไม่เคยมีลูกก็ตาม

alt

พอฉันได้รับรู้ถึงเสน่ห์เจบอม ฉันสามารถพูดได้ว่าฉันรู้สึกเหมือนถูกเขาทิ้งแม้ว่าเราจะไม่เคยเจอกันมาก่อน ฉันรู้สึกเหมือนฉันเป็น Vega ที่เฝ้ารอ คนเลี้ยงวัวมานานแสนนาน แต่ คนเลี้ยงวัวนั้นไม่เคยรู้ถึงตัวตนของฉัน ฉันทำตัวเหมือนตกอยู่ในชีวิตละครน้ำเน่าของตัวเอง คร่ำครวญอยู่ในความโศกเศร้าจากอาการโหยหาถึงเจย์ ฉันรู้สึกเสียใจกับเจย์และสมาชิกอีกหกคน บางทีฉันอาจจะกังวลเรื่องของพวกเขามากกว่าเรื่องของน้องชายตัวเองที่ตอนนี้กำลังเผชิญประสบการณ์อันขื่นขมจากการหนีไปทำงานไปเที่ยวไปในช่วงวันหยุดที่ออสเตรเลีย และพอฉันรู้ว่าฉันทดสอบงานไม่ผ่าน ฉันกลับคิดถึงเจย์ว่า “เจย์เจอเรื่องที่เลวร้ายกว่าเสียอีก”
**[เรื่องเจ้าหญิงทอผ้ากับชายเลี้ยงวัว ทั้งสองเป็นคู่รักกัน แต่ต้องอยู่ห่างจากกัน เนื่องจากพวกเขาอาศัยอยู่คนละฝากของทางช้างเผือก ในปีหนึ่งมีแค่วันเดียวเท่านั้นที่เขาจะได้พบและแสดงความรักต่อกัน]

แล้วพอฉันมานึกย้อนถึงประวัติการหลงใหลไอดอลที่ผ่านมาในชีวิตนั้น ฉันเคยเปรียบว่าไอดอลเป็นแฟนหนุ่มที่ฉันอยากจะไปเจอใกล้ๆ อยากจะบอกความในใจออกไปให้เขารู้ ฉันคิดว่าเขาเป็นคนรักแม้ว่าจะมีเหล่าแฟนอีกนับพันในที่แห่งนั้นและฉันทำได้แค่เพียงมองเขาจากระยะไกล (ใช่ฉันเคยบ้าแบบนั้น) แต่ครั้งนี้มันเป็นความรู้สึกที่ต่างออกไป ฉันไม่ได้อยากจะเจอหรืออยากจะพบเขาโดยตรง (แต่ถ้าได้เจอ ฉันก็คงมีความสุขอ่ะนะ) ฉันมองเขาเป็นศิลปินและไม่ได้มองตัวเองเป็นคนรู้ใจ มันจึงไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้น

ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงรู้สึกว่านี่เหมือน “หัวใจของคนเป็นแม่” ทุกครั้งที่ได้ดูพวกเขา ฉันรู้สึกมีความสุขเพราะเห็นว่าลูกชายตัวเองนั้นหล่อจัง และฉันก็เศร้าเมื่อรู้ว่าลูกชายกำลังทุกข์ใจ น่าแปลกใจนะ ที่ฉันกลับรู้สึกแบบนี้เหมือนใจของคนเป็นแม่แม้ว่าฉันจะยังไม่เคยมีลูกของตัวเองก็ตาม อะไรกันหนอ....

แต่ฉันก็มีความรู้สึกของแฟนคลับอีกใจหนึ่งนะ ฉันกลับมีความสุขเมื่อได้เห็นพวกเขาโชว์รูปร่างอันงดงามออกมา (เป็นเรื่องที่ขัดกันอย่างน่าขันไง) อีกใจหนึ่งฉันก็รู้สึกถึงความผิดชอบชั่วดีเพราะว่าฉันกำลังจะประกอบอาชีพนักข่าวในไม่ช้านี้ ฉันอยากจะนำเขากลับมาอยู่ในที่ที่เขาควรอยู่ เขาต้องยากลำบากมาตั้ง 4-5 ปี เขาควรจะได้กลับมาตรงนี้ และถ้าเขาได้กลับมา ฉันจะได้หยุดกิจกรรมตามประสาแฟนคลับบ้าๆพวกนี้สักที แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะทำอะไรได้ สำหรับเจย์ เขาไม่ใช่ศิลปิน เขาคือคนที่ฉันรักใคร่และเอ็นดู

Part II
Credit: Kor-Eng : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it | Eng-Thai by Kagetsu Crackerbaby This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it | Coordinator, This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

เป็นแฟนคลับของพวกไอดอลนี่ ยากเหมือนกันนะ

alt

เย้ ...กิจกรรมตามประสาแฟนคลับของฉันช่างวนไปๆมาๆเสียจริง “เจย์จะกลับมาหรือไม่นะ ถ้าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ” ข่าวต่างๆและทาง JYPพากันอ้ำอึ้งที่จะพูดถึงเขา ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าเป็นแฟนคลับไอดอลมันยากขนาดไหน สมัยก่อนมีไม่กี่วิธีหรอกที่จะรู้เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับไอดอล…เมื่อสิบปีก่อนน่ะ แค่อ่านหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับกีฬาหรือรายการบันเทิงมันก็พอแล้ว แต่ในปัจจุบันนี้ สามารถดูข่าวสารเหล่านี้ได้แบบเรียลไทม์เลยล่ะ

เนื่องจากเหตุนั้น ในอินเตอร์เน็ตมีข่าวลือเยอะเสียเหลือเกิน จนกระทั่งฉันไม่สามารถเชื่อข่าวที่มีพื้นฐานมาจากข้อเท็จจริงได้ด้วย ทำให้สิบปีก่อนหน้านี้ของฉันมีความสุขกว่าตอนนี้เยอะ

ตัวอย่างเช่น เรื่องการตลาดของอัลบั้มที่จะออกใหม่ เมื่อก่อนก็จะมีเพียงโปสเตอร์เขียนว่า “ได้เวลาจองอัลบั้มใหม่ของ H.O.T.” จากนั้นฉันก็ไปจองซีดีและเทป ซึ่งมันก็ไม่สำคัญเลยว่าฉันจะมีเครื่องเล่นซีดีหรือไม่ แค่อยากให้ยอดขายเพิ่ม และฉันไม่สามารถรู้อะไรเกี่ยวกับตัวอัลบั้มใหม่นั่นเลย จนกว่ามันจะถูกปล่อยออกมา

ในวันแรกที่ขายอัลบั้ม แฟนบางคนไปโรงเรียนสาย เพราะไปร้านขายซีดีเพลงในตัวเมืองแล้วค่อยไปโรงเรียน หรือแฟนบางคนก็แอบดอดออกมาตอนพักกลางวัน และไปหาร้านในละแวกนั้น อัลบั้มที่ว่านี้จะถูกเล่นออกรายการวิทยุของโรงเรียน และนักเรียนทุกคนก็จะได้ยินเพลงในอัลบั้มของ H.O.T. ไปนานทีเดียว


alt

แต่ในทุกวันนี้ ทีเซอร์ตัวแล้วตัวเล่าจะออกมาสู่สายเพื่อที่จะล่อใจแฟนๆ หนึ่งหรือสองสัปดาห์ก่อนอัลบั้มจะวางขาย รวมถึงจะมีข่าวลือหลายข่าวเกี่ยวกับอัลบั้มใหม่เช่นกัน ฉันเฝ้ารอเวทีแรกด้วยความคาดหวังอย่างกระตือรือร้น ตั้งแต่หัวใจเริ่มเต้นและการนับถอยหลังเริ่มขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม ฉันเฝ้าคิดและรอถึงสองสัปดาห์ว่า “บางทีเจย์อาจจะกลับมา” “คอนเซปต์ของอัลบั้มใหม่คืออะไรนะ” ใช่แล้ว ฉันมีความสุขมากกว่านี้ตอนเป็นนักเรียนจริงๆนะ

นี่ มันคือเกมชักกะเย่อใช่ไหมนี่ วันนึงปล่อยทีเซอร์ วันต่อมาคุณสามารถได้ยินเพลงเต็มผ่านเวบฟังเพลงแบบออนไลน์ หลังจากนั้นรูปยั่วน้ำลายและมิวสิควีดีโอก็ถูกปล่อยออกมา ทีละอย่างๆ ในระหว่างขั้นตอนที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ฉันเริ่มรู้สึกเสียสติ เนื่องจากนักข่าวเขียนเรื่องเกี่ยวกับเจย์แบบไม่รู้จักหยุดจักหย่อน

เจย์ แค่เธอเท่านั้นทีจะรักษาฉันได้

alt

อืม ฉันคิดว่านี่เป็นกลยุทธ์การตลาดที่วิเศษและดีทีเดียว จนกระทั่งตอนนี้เจย์ก็ยังเป็นประเด็นร้อนสุดๆในสังคมเกาหลี เพราะเหตุนี้เอง เพลง "Tired of waiting" "I am crazy for you" และเพลงหลักของอัลบั้ม "Heartbeat” จึงได้อันดับต้นๆในทุกชาร์ตของเพลงออนไลน์

ฉันรอทีเซอร์ตัวใหม่ๆทุกบ่ายสองโมงของวันราวกับเป็นสุนัขของพาฟ ลอฟ [สุนัขในการทดลองหนึ่งของนักจิตวิทยาที่ชื่อพาพ ลอฟ คนเขียนเปรียบตัวเองว่าเมื่อบ่ายสองทีไร เหมือนถูกตั้งเงื่อนไขให้ไปรอทีเซอร์หน้าคอม เหมือนสุนัขตัวดังกล่าวที่ยังไม่ทันเห็นเนื้อ แต่พอสั่นกระดิ่งน้ำลายก็สอแล้ว เนื่องจากการตั้งเงื่อนไขในอดีต] อย่างไรก็ตามฉันไม่เคยฟังเพลง "Bibbidi bobbidi bu"ในโฆษณาหรอกนะ [เพลงในเรื่องซินเดอเรลล่า ตอนแม่มดร่ายมนต์] เพราะรู้สึกเหมือนจะโดนล้างสมอง ฉันรู้สึกเสียใจที่ต้องรออัลบั้มใหม่แล้วกลายเป็นเหยื่อของการตลาด แม้การรอคอยดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่ฉันทำเมื่อสิบปีก่อนเช่นกัน

ฉันเข้าใจจิตใจของคนเป็นแม่มากขึ้นอีกเมื่อ 2PM ที่ไม่มีเจย์กลับมายืนบนเวทีอีกครั้ง รู้สึกได้ว่าถูกหลอกหลอนด้วยภาพของเขาตลอดเวลา ฉันรู้สึกเสียดายมากที่ได้เห็นสมาชิกแค่เพียง 6 คน และเพลงหลักของอัลบั้มก็เป็นเพลงที่เศร้าที่สุด เนื่องจากสมาชิกในวงไม่สามารถร่าเริงเล่นหัวกันได้แบบเมื่อก่อน ฉันรู้สึกเข้าใจพวกหนุ่ม 2PM อย่างลึกซึ้งเมื่อพวกเขาได้รางวัลจากงาน MAMA อ่า ฉันต้องเลิกทำตัวสิ้นหวังซะแล้ว เพื่อที่เรื่องราวแสนเศร้าของแฟนคลับแบบฉันจะจบลงได้ เธอต้องกลับมานะ เจย์ ได้ยินไหม