toggle
plus minus gleich

2PMAlways


Warning: Parameter 1 to modMainMenuHelper::buildXML() expected to be a reference, value given in /home/npmalw5/public_html/index/libraries/joomla/cache/handler/callback.php on line 99

Login Form ::



Who's Online ::

We have 296 guests and 76 members online

"เจบอม, กลับมาและทำให้ 1:59PM เป็น 2:PM ที่แท้จริงเถอะ"

** บทความนี้เขียนโดยคอลัมนิสต์(ชาย)ท่านหนึ่งของเว็บไซต์ News.nate เป็นการวิพากษ์ในแง่มุมที่ค่อนข้างเข้มข้นต่อสังคมเกาหลีต่อกรณีของเจบอม

Credit: Kor-Eng by This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it Eng-Thai By This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it | Coordinator: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

SOURCE:
News.nate: อันที่จริง เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นรวดเร็วเหมือนสายฟ้าแลบ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ช่วงเวลาเพียงแค่สามวันที่ทำให้เจบอมต้องออกจากเกาหลีกลับไปยังบ้านเกิดของ เขา หลังจากเหตุการณ์จากข้อความใน Myspace ของเขาเกิดขึ้น ช่างเป็นเรื่องที่น่ากลัวจริงๆ

หลังจากผ่านไปกว่าสองเดือน วง 2PM ได้เข้าร่วมในงานประกาศผลรางวัล MAMA (M-net Awards) เมื่อวันที่ 21 ที่ผ่านมา โดยสมาชิก 6 คน กล่าวทั้งน้ำตาเมื่อขึ้นไปรับรางวัลนักร้องกลุ่มชายยอดเยี่ยม แทคยอนกล่าวว่า “เจบอม เราคงไม่สามารถคว้ารางวัลนี้ได้ถ้าไม่มีพี่”

...แต่ คำพูดนี้มาจากความรู้สึกอ่อนไหวของเขาเท่านั้นหรือ ?

อาจมีหลายคนที่ ไม่ทราบว่า เจบอมได้ให้สัมภาษณ์กับบล็อกเกอร์บางคนในStarnews กับวง 2PM ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องราวขึ้นเพียงไม่กี่วัน เขาร่วมถ่ายภาพและพูดคุยกับแฟนๆ อย่างมีความสุข ดังนี้:

บล็อกเกอร์: ใครในวงนี้ที่คุณจะไม่ชอบหากคุณอยู่ในวงไอดอลอื่น?
เจบอม: ผมต้องการทุกคน ผมไม่สามารถจินตนาการได้ว่าวง 2PM จะขาดใครสักคนไปได้
นิ ชคุณ: ผมว่า ถ้าเจบอมอยู่ในวงอื่นเราอาจจะรู้สึกลำบาก เพราะเขาเป็นคนที่เพอร์เฟคมาก

บล็อกเกอร์: คุณมีความฝันอย่างไรเกี่ยวกับวง 2PM ?
เจบอม: ผมฝันว่า 2PM จะก้าวไปสู่จุดสูงสุด ไม่ใช่เพียงในวงการเพลงเกาหลี แต่ในระดับโลกเลย ส่วนเป้าหมายของตัวผมก็คือการที่พวกเรา-2PM จะสามารถพัฒนาได้มากขึ้นและมากขึ้น

บล็อกเกอร์คนหนึ่งกล่าวเพิ่มเติม ว่า “เมื่อเริ่มสัมภาษณ์ 2PM ฉันรู้สึกผ่อนคลายกังวลกับพวกเขา พวกเขาตอบคำถามในแบบที่ไม่อาจคาดเดาได้ แต่เพราะพวกเขาเป็นหนุ่มๆ ที่สดใสและกระตือรือร้น ดังนั้นฉันจึงรู้สึกสนุกไปกับการพูดคุยในเวลาอันรวดเร็ว และเจบอมซึ่งเป็นหัวหน้าวงก็คอยดูแลให้การสัมภาษณ์อยู่กับร่องกับรอย”

ถึง ตอนนี้ ประเทศเกาหลีกำลังตกอยู่ในห้วงของความขัดแย้ง ความเจ็บปวดและความสุดโต่ง (ของทัศนคติ)

ความเจ็บปวดก็คือ...เมื่อวง ไอดอลระดับท็อปต้องกล่าวทั้งน้ำตาด้วยความคิดถึงพี่ชายที่กลายเป็นเหยื่อของ “นักล่าแม่มด” (พวกแอนตี้ทั้งหลาย) บนเวทีที่พวกเขาเพิ่งจะได้รับรางวัลนักร้องยอดเยี่ยมประจำปี 2009 นี้

ส่วน ความขัดแย้งที่ว่าก็คือ...หนุ่มคนหนึ่งที่เคยพูดว่า “ผมฝันว่า 2PM จะก้าวไปสู่จุดสูงสุด ไม่ใช่เพียงในวงการเพลงเกาหลี แต่ระดับโลกเลย” ต้องออกจากวงการบันเทิงเกาหลี เสมือนเป็นผู้กระทำผิด ซึ่งเพื่อนสมาชิกในวง รวมทั้งแฟนๆ ทำได้แค่เพียงคิดถึงเขาเท่านั้นตลอดเวลากว่าสองเดือนที่ผ่านมา

ผมขอตั้งคำถามสักนิดว่า ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นอาชญากร ไม่ได้ขับรถชนแล้วหนี ไม่ได้หนีทหาร ไม่ได้เป็นข้าราชการหรือนักธุรกิจ เขาเป็นนักร้องคนหนึ่งที่ยังอายุน้อยเพียงยี่สิบกว่าปี อันที่จริงเขาอาจจะร้องบอกใครทั้งโลก วิพากษ์วิจารณ์สังคมเกาหลี หรือทำการใดที่แสดงการไม่นับถือโลกใบนี้ด้วยความเยาว์วัยก็เป็นได้ด้วยซ้ำไป


นั่นทำให้ผมนึกขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง ในฐานะที่ผมเป็นคนเกาหลีคนหนึ่ง เป็นคนธรรมดาๆ ที่ภูมิใจกับตัวเองเพียงเพราะผมสอบใบขับขี่ผ่าน แต่เมื่อคิดถึงเจบอม เขาเป็นพลเมืองอเมริกัน ซึ่งอยู่บนโลกคนละแบบ ชีวิตในเกาหลีทุกวันนี้อยู่ค่อนข้างยากลำบาก ทำให้รู้สึกว่าเจบอมน่าจะรู้สึกถึงความต่างมากกว่า ดังนั้นจึงรู้สึกว่ามันไม่ง่ายเมื่อเขาพูดถึง “ประเทศของผม” ในฐานะประเทศที่เขาอาศัยอยู่

ด้วยเหตุผลนี้เมื่อเราได้ยินเรื่อง ที่เขาเขียนข้อความว่า "I hate Koreans" เราอาจรู้สึกว่า “กล้าดีอย่างไรถึง....?” หรือแม้เราจะแก้ต่างว่าเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง แต่อย่างไรเขาก็อยู่ในเกาหลีด้วยความรักจากแฟนๆ ชาวเกาหลี เขาจึงไม่ควรที่จะดูหมิ่นเกาหลี

แต่นั่นก็เป็นเพียงข้อเดียวที่เรา สามารถเคืองโกรธหรือวิจารณ์เขา หากการณ์กลับกลายเป็นว่าเขาต้องเจ็บปวดจากการถูกขับไล่ออกจากสังคม สิ่งนี้ทำให้เห็นถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตัวเอง เพราะว่าเราเองก็เคยกล่าวโทษประเทศตัวเอง แม้แต่เคยอยากออกไปจากประเทศนี้ ในข้อนี้พวกเราทำเหมือนกับตอกตะปูตัวเล็กๆ บนกำแพงอย่างรุนแรงเกินเหตุ สิ่งเหล่านี้อาจถือว่าเป็นลักษณะหนึ่งของลัทธิฟาสซิสต์* นั่นคือทัศนคติที่ว่า เราไม่สามารถอดทนต่อสิ่งใด (หรือคนใด) ที่แตกต่างจากเราได้เลย

(*ลัทธิหนึ่งของรัฐบาลเผด็จการในอิตาลีก่อน สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มีลักษณะก้าวร้าวและแบ่งแยกผิว)

ในปี 2000 ศจ. Lim, Jijhyun ได้เขียนหนังสือที่แหลมคมมากๆ ชื่อว่า "The Fascism in Us" (ลัทธิฟาสซิสต์ในพวกเรา) โดยเขียนว่า ลัทธิฟาสซิสต์นั้น หมายถึงทุกสิ่งที่เป็นการใช้อำนาจ บังคับมวลชน ยึดติดแบบแผนหรือเผด็จการ มีเหตุการณ์หนึ่งที่แสดงถึงความขัดแย้งในตัวเองก็คือ เรื่องที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัย Seoul National University อ้างว่าต้องการความสมัครสมานเป็นหนึ่งเดียวกับกลุ่มแรงงาน แต่พวกเขากลับไม่ต้องการใช้ห้องสมุดร่วมกับคนกลุ่มอื่น และเรื่องที่นักการเมืองคนหนึ่งซึ่งมาจากการเป็นนักศึกษาที่เคลื่อนไหวทาง สังคมมาก่อนไปที่ Cheongwadae(Blue House ที่พักประธานาธิบดีประเทศเกาหลีใ้ต้) และโค้งคำนับแก่ประธานาธิบดี** (**ยังสงสัยเหมือนกันค่ะ ไว้จะหามาเล่าทีหลังนะคะ) ศจ. Lim กล่าวว่าเหตุการณ์เหล่านี้ แสดงถึง "ลัทธิฟาสซิสต์ในพวกเรา”

คุณคิด อย่างไร? หรืออาจจะเป็นเพราะลัทธิฟาสซิสต์ในพวกเรานี่แหล่ะที่ขับไล่ทำให้เจบอ มต้องออกไปจากประเทศนี้

เจบอม, เธอทำถูกแล้ว เธอขอโทษในสิ่งที่ได้ทำผิดไป และชาวเนตก็ถูกแล้วที่เขามีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์เธอ แต่มันไม่ถูกต้องเลยที่เธอต้องจากไปและไม่ได้อยู่กับพวกเราที่นี่

หาก นี่คือผลของ “ลัทธิฟาสซิสต์ในพวกเรา” ที่ทำให้ผมเหนื่อยใจมากๆ ก็คือการที่ลัทธิฟาสซิสต์นี้บังคับให้เขาต้องรักชาติ และไม่ยอมให้มีข้อด่างพร้อยใดๆ เลย

ดังที่เรารู้กันว่าอัลบั้มเต็ม ชุดแรกของวง 2PM ชื่อว่า "1:59PM" และพวกคุณก็รู้ว่ามันหมายถึงอะไร เพลงที่อยู่ในอัลบั้ม ก็มีความหมายสอดคล้องกันกับสถานการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ "Tired of Waiting", "Crazy for You""I Hate You" และ "Maybe You Come Back"

ดัง นั้น...เจบอม, กลับมาเถอะนะ การกลับมาของเธอจะเป็นสัญญาณเตือนถึงการต่อต้าน “ลัทธิฟาสซิสต์ในพวกเรา” ที่อาจจะกลายเป็นพายุที่รุนแรงขึ้นได้ทุกเวลา และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิด “เจบอมคนที่สอง” ขึ้นมาอีก